บทความ · 31 ม.ค. 2569 · อ่าน 2 นาที

ดราม่าค่าตั๋ว! ทำไมศิลปินไม่คิดราคา "เหมาพวกรวมค่าเดินทาง" มาเลย? (จะได้จบๆ)

ทีมงาน Thai2Music

"จ้างมาเล่นที่ภูเก็ต คิดค่าตัว 1 แสน ทำไมต้องให้ลูกค้าจ่ายค่าเครื่องบิน/โรงแรมเพิ่มอีก? ทำไมไม่รวมมาเลยเป็น 1.5 แสน?" นี่คือสิ่งที่ผู้จัดงานหลายคนหงุดหงิดครับ ดูเหมือนจุกจิก ยุ่งยาก แต่วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจว่าทำไมระบบสากลถึงต้อง "แยกค่าตัว" ออกจาก "ค่าเดินทาง" (Travel Expenses) และจริงๆ แล้วแบบนี้ "แฟร์กับลูกค้า" มากกว่ายังไง?

  1. ค่าเดินทางคือ "ตัวแปร" ที่ควบคุมไม่ได้ (Variable Cost): ค่าตัวศิลปินคือค่าวิชาชีพ (Fixed Cost) แต่ค่าตั๋วเครื่องบินขึ้นลงตามวันเวลา ค่าที่พักขึ้นอยู่กับซีซั่น ถ้าศิลปินตั้งราคาเหมา เขาจะต้องตั้งราคาเผื่อแพงไว้ก่อน (Overprice) เพื่อกันขาดทุน ซึ่งสุดท้ายคุณอาจจะจ่ายแพงกว่าความเป็นจริง
  2. ความยุติธรรมตามระยะทาง (Distance Fairness): ถ้าศิลปินคิดราคารวมค่าเดินทางแบบเหมาๆ เช่น ตั้งไว้ที่ 150,000 บาท
  • ลูกค้าที่จัดงาน เชียงใหม่ (บินไกล) -> อาจจะคุ้ม
  • ลูกค้าที่จัดงาน พัทยา (ขับรถไปได้) -> จะขาดทุนทันที เพราะคุณต้องจ่ายราคาเหมาเท่ากับคนจัดที่เชียงใหม่ การคิดตามจริง (At Cost) จึงยุติธรรมที่สุด จัดใกล้จ่ายน้อย จัดไกลจ่ายตามจริง
  1. ความยืดหยุ่นหน้างาน (Flexibility): บางงานลูกค้าอาจจะเป็นเจ้าของโรงแรมเอง (Support ห้องพักได้ฟรี) หรือมีรถตู้ของบริษัทไปรับส่งได้ ถ้าศิลปินคิดราคาเหมารวมมาแล้ว คุณจะเสียสิทธิ์ในการลดต้นทุนตรงนี้ไปเลย


แต่ถ้าคุณไม่อยากปวดหัวมานั่งจองตั๋วหรือหาที่พักให้ศิลปินเอง... "โยนหน้าที่นั้นมาให้เราครับ" เราทำใบเสนอราคาแบบ Turnkey คือคำนวณทุกอย่างให้เสร็จสรรพในก้อนเดียว (โดยอิงจากราคาจริง ณ วันนั้น) ให้คุณจ่ายก้อนเดียว จบ! ไม่ต้องดีลซ้ำซ้อน

จองผ่าน Thai2Music ทีมงานดูแล Rider ให้ประสานเส้นทาง จุดติดตั้ง และ Rundown ถึงวันงาน
ขอใบเสนอราคาฟรี
↑ ↓ เลือก Enter เปิด Esc ปิด ดูผลทั้งหมด →